เข้าใจสาเหตุและหลักการรักษา แก้อาการปวดหลัง ปวดเอว

แนวทางการรักษาแก้อาการปวดหลัง  ปวดเอว

อาการปวดหลัง ปวดเอวไม่ได้พบเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น  เป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย และพบมากขึ้นในคนวัยทำงาน ซึ่งหากปวดมากอาจไม่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ    คนที่ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออาจทำให้กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง   ความอ้วนหรือการมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไปทำให้กระดูกสันหลังต้องรับน้ำหนักมาก  จนทำให้เกิดความเสื่อม และไขมันที่พอกพูนทำให้สมดุลของร่างกายเสียไป  ทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือเกิดอุบัติเหตุ หรืออาจจะเกิดจากการทำงานเช่น ผู้ที่ต้องยกของ ใช้แรงผลักแรงดึงซึ่งจะส่งผลทำให้กระดูกสันหลังบิด  รวมถึงผู้ที่นั่งทำงานอยู่บนโต๊ะเป็นเวลานานๆ  โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถจนทำให้ปวดหลังและเอวได้  โดยทั่วไป วิธีแก้อาการปวดหลัง ปวดเอว มีเป้าหมายของการรักษา คือเพื่อให้มีการปวดลดน้อยลง  จนสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยวิธีแก้อาการปวดหลัง ปวดเอว จะขึ้นอยู่กับสาเหตุทำให้เกิดอาการปวด และระยะเวลาที่เป็น มุ่งเน้นวิธีแก้อาการปวดหลัง ปวดเอว ที่ทำให้เจ็บปวดน้อยที่สุด

ปัจจุบันวิธีแก้อาการปวดหลัง ปวดเอว มี 2 วิธีหลัก คือ

1.วิธีแก้อาการปวดหลัง ปวดเอวโดยไม่ต้องผ่าตัด  เป็นการรักษาแบบประคับประคอง ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ให้มีอาการปวดที่เพิ่มขึ้น  ได้แก่ การรับประทานยาเพื่อลดอาการปวดให้น้อยลง  การทำกายภาพบำบัดด้วยการยืด เป็นวิธี”แก้อาการปวดหลัง ปวดเอว” ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในโรงพยาบาลและคลินิกกายภาพบำบัด ซึ่งจะต้องทำอย่างต่อเนื่องจึงจะได้ผล วิธีแก้อาการปวดหลัง ปวดเอวด้วยวิธีนี้มักจะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา  เนื่องจากต้องลางานต่อเนื่องและเป็นประจำ วิธีแก้อาการปวดหลัง ปวดเอวโดยการนอนพัก มักเป็นวิธีที่ใช้เริ่มต้นในการรักษา ยกเว้นกรณีที่ผู้ป่วยมีข้อบ่งชี้ชัดเจนว่าต้องได้รับการรักษาโดยวิธีอื่น วิธีแก้อาการปวดหลัง ปวดเอวโดยการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงกระดูกสันหลัง   ซึ่งจะช่วยลดความปวดจากการอักเสบและช่วยในการวินิจฉัยตำแหน่งที่เป็นต้นเหตุของอาการปวดได้ ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้จะใช้ในกรณีที่ใช้วิธีการรักษาแบบประคับประคองแล้วยังไม่มีอาการไม่ดีขึ้น

2.วิธีแก้อาการปวดหลัง ปวดเอว โดยการผ่าตัด เป็นวิธีการรักษาที่ผู้ป่วยมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน เช่น ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ขาอ่อนแรง เดินไม่ได้ หรือเมื่อทำการรักษาโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล ซึ่งวิธีการผ่าตัดมีหลายวิธี  ขึ้นกับภาวะของผู้ป่วยหรือข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด

  สาเหตุของอาการปวดหลัง ปวดเอว แบ่งได้เป็น 3 สาเหตุหลักด้วยกันคือ

1.อาการปวดหลัง ปวดเอว เนื่องมาจากไตอักเสบ หรืออาจมีนิ่วที่ไต  มักจะมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วยคือมีไข้  เวลาปัสสาวะอาจมีแสบ ขัด ขุ่น ถ้าเคาะเบาๆ ที่เอวด้านที่ปวดจะเจ็บมากจนทนไม่ไหว

2.อาการปวดหลัง ปวดเอว จากกระดูกสันหลัง หรือหมอนรองกระดูกสันหลังที่เอวเคลื่อนกดทับเส้นประสาทกระดูกสันหลังเคลื่อน เมื่อกระดูกสันหลังเสื่อมและเสียความมั่นคงแข็งแรงไป จะทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อนได้ ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดเอวเมื่อมีการขยับ และอาจมีการปวดร้าวลงขาได้เมื่อมีการกดทับเส้นประสาท

3.อาการปวดหลัง ปวดเอว จากท่าทาง อิริยาบถ การเคลื่อนไหวร่างกาย และการใช้งานกล้ามเนื้อหลัง ที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน  มักเกิดจากการทำงานก้มๆ เงยๆยกของหนัก นั่ง ยืน นอน หรือยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง ใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป นั่งเล่นเกมส์หรือทำงานนานเกินไป หรือนอนที่นอนนุ่มเกินไปทำให้เกิดแรงกดตรงกล้ามเนื้อสันหลังส่วนล่าง ซึ่งจะมีอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหลัง ส่งผลให้เกิดอาการปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง   คนที่มีน้ำหนักตัวมากหรือหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ก็อาจมีอาการปวดหลังได้  และเกิด จากอุบัติเหตุหรือการเล่นกีฬา เช่น รักบี้ ฟุตบอล การมีการบาดเจ็บหรือมีการกระแทกอย่างต่อเนื่องส่งผลให้กระดูกสันหลังเสื่อมได้เร็วขึ้น

จากสาเหตุและวิธีแก้อาการปวดหลัง ปวดเอวข้างต้น  บางคนคิดว่าอาจเกิดจากสาเหตุนั่งมากเกินไป  อยู่ในอิริยาบถเดิมๆนานเกินไป  หรือยกของ หยิบของผิดท่า อาการปวดหลังปวดเอวดังกล่าวไม่ได้หมายถึงอาการผิดปกติของกระดูกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลายคนคิดว่าอาการปวดหลัง ปวดเอวเป็นอาการที่เกิดจากกระดูกเกิดความผิดปกติ  แต่ในบางรายไม่เป็นเช่นนั้น  มีคนจำนวนมากที่มีอาการปวดหลังแล้วคิดว่าเป็นอาการที่เกิดกับกระดูก ถามว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเกิดความผิดปกติของกระดูก ของกล้ามเนื้อ ก็เป็นไปได้  แต่ในบางรายก็หาเป็นเช่นนั้นไม่   หากแต่บางทีอาการปวดที่เราคิดว่าปวดหลัง หรือบางอาการที่ปวดหลังเรื้อรัง ก็ไม่ได้เป็นเพราะกล้ามเนื้อและกระดูกเสมอไป  มีลักษณะอาการปวดหลังบางอาการที่เป็นสัญญาณเตือนภัยจากโรคที่เกิดกับอวัยวะภายใน และจำเป็นต้องรีบเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที เช่น โรคไต โรคเกี่ยวกับรังไข่และมดลูก โรคหลอดเลือดโป่งพองในช่องท้อง  หรือมะเร็งที่มีการกระจายมายังกระดูกสันหลัง

              ดังนั้นหากใครที่กำลังมีอาการปวดหลัง ปวดเอว อยู่ให้รีบเช็คตัวเองเพื่อหาสาเหตุของการเจ็บปวด หรือหากไม่มั่นใจให้พบแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัย เพราะหากปล่อยไว้นานๆ อาจไม่เป็นผลดีกับตัวเราเอง หรือปล่อยให้เจ็บปวดเรื้อรังไปนานเข้า อาจสร้างความรำคาญไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ  หรือถ้าร้ายแรงอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายให้ทรุดลงก็ได้